เรื่องปวดหัว..ที่น่าปวดหัว

อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย บางคนอาจจะปวดเล็กน้อย ในขณะที่ร้อยละ40 ของประชากรทั่วโลกต้องทรมานกับอาการปวดอย่างรุนแรง แต่ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะแบบไหนก็คงสร้างความกังวลและความหนักใจแทบทั้งนั้นกลุ่มโรคปวดศีรษะสามารถแบ่งออกเป็น2

กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ โรคปวดศีรษะที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ชัดเจน หรือ Primary Headache ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อย โดยอาจมีอาการรุนแรง จัดว่าเป็นโรคหรือภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และโรคปวดศีรษะที่มีสาเหตุชัดเจน หรือ Secondary Headache ซึ่งจำเป็นต้องรีบหาสาเหตุและทำการรักษาหรือแก้ไขโดยด่วนโรคปวดศีรษะที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ชัดเจนประกอบด้วยการปวดศีรษะ3 ชนิด ได้แก่1 อาการปวดศีรษะแบบไมเกรน(Migraine) มีอาการปวดศีรษะแบบตุ๊บๆ เป็นจังหวะ คล้ายการเต้นของหลอดเลือดรอบๆ ศีรษะ โดยอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ แต่ละครั้งที่ปวดจะกินเวลานานตั้งแต่4-72 ชั่วโมง ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจมีอาการนำ (Aura) ก่อนที่จะปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงวูบวาบ หรือรู้สึกมวนๆ ในท้อง เป็นต้น มักมีอาการไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น แสง เสียง หรือกลิ่นบางอย่าง และมักพบอาการนอนไม่หลับ ภาวะวิตก-กังวลหรือซึมเศร้าร่วมด้วยได้บ่อย และพบว่าอาการปวดศีรษะแบบนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
การรักษา ถ้าปวดไม่มากนัก อาจใช้ยาพารา-เซตามอล ครั้งละ 1,000 มก. หรือไอบูโปรเฟนครั้งละ 400 มก. ทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้าปวดรุนแรง จำเป็นต้องใช้ยาในกลุ่มอื่นร่วมด้วย เช่น ยาในกลุ่มทริปแทน (Almotriptan, Sumatriptan) หรือยาแก้คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น ตามคำสั่งแพทย์ ถ้าปวดเรื้อรัง อาจใช้การรับประทานยาป้องกัน เช่น Propranolol, ยากันชัก (Anticonvulsants) เช่น Sodium Valproate, Gabapentene ทั้งนี้แนะนำให้ใช้ร่วมกับยาต้านเศร้า (Antidepressants) เช่น Amitriptylene, Venlafaxine เป็นต้น
นอกจากนี้การจัดการความเครียด(Stress Management) ที่เหมาะสม เช่น การคลายกล้ามเนื้อ การเล่นโยคะ มวยจีน และการฝังเข็ม ก็ถือว่าเป็นการรักษาร่วมที่ช่วยบรรเทาอาการได้
2. อาการปวดศีรษะจากความตึงเครียด(Tension-type Headache) เป็นการปวดศีรษะแบบตื้อๆ ทึบๆ ในลักษณะคล้ายกับมีอะไรมารัดรอบศีรษะ เกิดจากการตึงตัวและหดรัดตัวของกล้ามเนื้อรอบกะโหลกศีรษะ ซึ่งถูกกระตุ้นได้จากความตึงเครียดทางร่างกาย เช่น การอดนอน ทำงานหนัก ใช้สายตามาก ตำแหน่งศีรษะที่อยู่ในลักษณะที่ทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ(ทำให้มักจะปวดร้าวมาจากท้ายทอยก่อน) อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนหรือหนาวจัด หิวมาก หรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วย รวมทั้งความตึงเครียดทางจิตใจในลักษณะต่างๆ อาการปวดแบบนี้จะคงอยู่ประมาณ 2-24 ชั่วโมง และปวดแบบไม่รุนแรงมากนัก อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรืออาการผิดปกติของระบบประสาท