ภัยอันตรายจาก “แสงสีฟ้า”

ประเด็นหลัก
-ทำความรู้จัก “แสงสีฟ้า” สิ่งใกล้ตัวที่เรามองเป็นประจำทุกวัน
-วิธีการป้องกันสายตาจากแสงสีฟ้า
รู้หรือไม่ว่าการเพ่งสายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือนานๆ แสงสว่างบนหน้าจอนี้นำพาไปสู่สารพัดปัญหาทางด้านสายตา เช่น ปวดตา ตามัว ตาแห้ง ตาล้า
กระทั่งสายตาสั้น นอนไม่หลับ ซึ่งตัวการก็มาจาก “แสงสีฟ้า” นั่นละค่ะ วันนี้ Potatotechs มีวิธีป้องกันแสงสีฟ้ามาฝากกัน
แสงสีฟ้าคืออะไร?
ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่า แสงที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันมีทั้งหมด 7 สี ได้แก่ แดง เหลือง เขียว ม่วง น้ำเงิน คราม และแสด ซึ่งแสงสีฟ้าจะผสมอยู่ระหว่างน้ำเงินกับคราม เป็นคลื่นพลังงานสูงซึ่งให้แสงสว่างมากที่สุด พบได้ในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ ขณะเดียวกัน พบมากที่สุดในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใกล้ตัวที่เราใช้งานเป็นประจำทุกวัน อันตรายแรกเริ่มที่อาจตามมาคือ อาการปวดตา ตาพล่ามัว ตาล้า สายตาสั้น บางทีอาจมองไม่เห็นเพราะแสงสว่างนี้รบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) หรือฮอร์โมนที่ช่วยให้นอนหลับ เซลล์จอประสาทถูกทำลาย รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ในอนาคต
แนวทางป้องกัน
1.การเล่นมือถือเป็นเวลานานทำให้เรารู้สึกปวดตา ตาลาย หรือตาพล่ามัว ลองเปลี่ยนอิริยาบถการใช้งานโดยพักสายตาเป็นระยะทุกครึ่งชั่วโมง ให้ทอดสายตาออกไปไกลๆ มองสิ่งของที่ห่างไปไม่น้อยกว่า 20 ฟุต หรือกรอกลูกตาไปมาเป็นวงกลมประมาณ 5 นาที ก่อนกลับมาใช้งานหน้าจอ นอกจากจะช่วยถนอมสายตาจากแสงสว่างแล้ว ยังช่วยคลายความเมื่อยล้าได้ด้วย แต่ถ้ารู้สึกว่าตาแห้ง ลองกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นก็ได้ค่ะ
2.ปัจจุบันมือถือมีมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ดีไซน์ หรือฟีเจอร์ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะแสงสว่างบนหน้าจอที่มีความเข้ม เพื่อให้จอภาพดูคมชัด ทางที่ดีควรลดความสว่างหน้าจอไม่ให้เข้มเกิน เปิดโหมดถนอมสายตา หรือเลือกใช้โหมดปรับแสงสว่างอัตโนมัติ เท่านี้ก็สามารถถนอมสายตาและประหยัดแบตเตอรี่อีกด้วยนะคะ
3.หลีกเลี่ยงการใช้งานหน้าจอเมื่ออยู่บนรถยนต์ หรือยานพาหนะที่มีการสั่นสะเทือน เพราะเวลาที่รถเคลื่อนไหวนั้น สายตาของเราจะทำงานหนักกว่าปกติ ต้องจดจ้องอยู่กับหน้าจอ ทำให้เรารู้สึกปวดตาและปวดหัว
4.เลือกปรับค่าความละเอียดให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่ควรเล็ก หรือใหญ่ไป เพราะยิ่งจะทำให้ขนาดภาพและตัวหนังสือผิดเพี้ยนจากความจริง รวมทั้งไม่ควรฝืนอ่านตัวอักษรที่มีขนาดเล็กนะคะ ควรปรับขนาดตัวอักษรให้อ่านง่าย ดูสบายตาจะดีกว่า
5.ปรับโหมดหน้าจอ อีกหนึ่ง Option บนมือถือที่หลายคนไม่ให้ความสนใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะการปรับหน้าจอเป็นโหมดกลางคืน เพื่อไม่ให้แสงสว่างรบกวนสายตาจนเกิดอาการแสบตา เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยถนอมสายตาได้ดีเช่นกัน ผู้ผลิตเขาทำมาให้แล้วก็เปิดใช้โหมดนี้กันบ้างนะคะ
6.แผ่นกรองแสงสีฟ้า Screen Protector นอกจากการใช้งานหน้าโหมดกลางคืนแล้ว การติดฟิล์มกรองแสงเพิ่มเติมก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายมือถือทั่วไป มีทั้งสำหรับติดหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ แม้ราคาจะสูงกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะแลกกับการถนอมสุขภาพสายตาค่ะ
7.อย่าใช้มือถือเล่นเกม หรือเพ่งหน้าจอก่อนนอนประมาณ 2 ชม.เพื่อให้ฮอร์โมนเมลาโทนินหลั่งออกมา จะช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น โดยฮอร์โมนนี้จะเริ่มทำงานตั้งแต่ช่วง 21.00-22.00 น. เราจะรู้สึกเริ่มง่วงนิดๆ แต่หากเรายังฝืนที่จะไม่นอน เมลาโทนินจะออกฤทธิ์แรงขึ้นในช่วง 02.00-04.00 น. และหยุดทำงานประมาณ 07.00-08.00 น. ซึ่งเป็นเวลาตื่นของเราพอดี

ใครที่รู้สึกปวดตาง่ายขณะใช้งานหน้าจอโทรศัพท์ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังประสบปัญหาจากแสงสีฟ้าบนหน้าจอมือถือ ลองนำวิธีข้างต้นนี้ไปปรับใช้เพื่อถนอมสายตาตัวเองกันดูนะคะ

Credit https://www.potatotechs.com/