ชวนคนไทยตรวจ “ไวรัสตับ” ป้องกันมะเร็ง พบมีเชื้อ 1 ใน 12 คน

อย่าปล่อยให้ปลวกกินตับ!! สธ.ชวนคนไทยตรวจคัดกรอง “ไวรัสตับอักเสบ” รู้เร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ ห่วงคนมองเป็นเรื่องไกลตัว ไม่แสดงอาการ ทั้งที่คนไทยอาจมีเชื้อถึง 1 ใน 12 คน

ที่สถาบันบำราศนราดูร นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสัปดาห์รณรงค์ตับอักเสบโลก “ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ” ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ก.ค. ของทุกปี ว่า สธ. ให้ความสำคัญกับโรคไวรัสตับอักเสบ เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในคนไทย โดยทั่วไปไวรัสตับอักเสบมี 5 ชนิด ได้แก่ ชนิด เอ บี ซี ดี และ อี แต่โรคไวรัสตับอักเสบที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในไทย และประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบบี และ ซี เห็นได้จากผลการสำรวจขององค์การอนามัยโลก ที่พบว่า มีประชากรกว่า 325 ล้านคนทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ ซี และมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบดังกล่าวถึง 1.34 ล้านรายต่อปี

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สำหรับประเทศไทยคาดว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณ 2.2 – 3 ล้านคน ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังประมาณ 300,000 – 700,000 ราย ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินนโยบายเพื่อป้องกันควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการติดเชื้อ ลดการป่วยตาย และลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งตับ ผ่านมาตรการต่างๆ อย่างบูรณาการ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไวรัสตับอักเสบ พ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อใช้เป็นกรอบทางยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไวรัสตับอักเสบ โดยมีเป้าหมายลดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี และให้ผู้ป่วยโรคนี้ สามารถเข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น อย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2564

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี จะคล้ายกับไวรัส HIV คือ สามารถติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่ง การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย และติดต่อจากแม่สู่ลูก ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อมักไม่ทราบว่าตนติดเชื้อแต่จะทราบอีกทีก็เมื่อเริ่มมีอาการรุนแรง หรือเป็นตับแข็งและมะเร็งตับแล้ว ซึ่งล่าช้าเกินไป ความรู้ความเข้าใจของประชาชนจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงได้จัดสัปดาห์รณรงค์ตับอักเสบโลก ประจำปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ” โดยประชาชนสามารถขอรับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม ถึง 4 สิงหาคม 2560 ณ โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 104 แห่ง ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ด้าน รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ นายกสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากประมาณการพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และ ซี พบ 1 คนในทุกๆ 12 คน ในประเทศไทยพบความชุกการติดเชื้อไวรัสตับบี 5 – 8% ไวรัสตับอักเสบซี 1 – 2% โดยพบว่ามีอัตราการติดเชื้อจากโรคตับอักเสบสูงกว่าโรคติดเชื้อชนิดอื่นที่อันตราย เช่น โรคเอดส์ หรือ โรคมะเร็งบางชนิด ซึ่งประชาชนให้ความสนใจในการป้องกันและรักษาโรคไวรัสตับอักเสบน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว และไม่แสดงอาการ แต่จริงๆ แล้วเป็นเหมือนปลวกที่เกาะกินตับ ทั้งนี้ ในการรักษาเเม้ว่าไวรัสตับอักเสบบีจะรักษาให้หายขาดได้น้อย แต่การรักษาสามารถควบคุมให้โรคสงบเเละป้องกันการเเพร่เชื้อ ส่วนไวรัสตับอักเสบซีสามารถรักษาให้หายขาดได้เเล้ว ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สงสัยว่าจะมีเชื้อไวรัสตับอักเสบมาคัดกรองโรค โดยเฉพาะ

1. ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 2. ผู้ที่เคยใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด 3. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 4. ผู้ที่เคยได้รับเลือดหรือสารเลือด 5. ผู้ที่เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ 6. ผู้ที่เคยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 7. ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย 8. ผู้ที่มีคนในครอบครัว ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบี หรือ ซี 9. ผู้ที่เคยสักผิวหนัง เจาะหู ฝังเข็ม ในที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล 10. ผู้ที่เคยได้รับการฉีดยา หรือผ่าตัดเล็กด้วยแพทย์พื้นบ้าน 11. ผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เคยถูกเข็มหรือของมีคมตำ 12. ผู้ที่เคยใช้อุปกรณ์บางชนิดร่วมกับผู้อื่น เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ เข็มฉีดยา เป็นต้น